กุญแจสำคัญสู่การมีชีวิตที่มีสุขภาพดี

สุขภาพดีสร้างได้

สุขภาพดีสร้างได้

ค้นหากุญแจสำคัญสู่การมีชีวิตที่มีสุขภาพดี

สุขภาพดีอาจอยู่ใกล้กว่าที่คุณคิด

ความลับสู่การมีสุขภาพดีคืออะไร อาจดูเหมือนจะเป็นคำถามที่ตอบยาก หากคุณไม่ได้มีสุขภาพที่ดี

ข่าวดีคือการมีสุขภาพดีจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป และอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คุณคิด เราได้รวบรวม

ข้อมูลที่มีประโยชน์ไว้ทั้งด้าน โภชนาการ ชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย ช่วยให้คุณดูแลสุขภาพ

และค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดในตนเองได้

Fitness

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย

ออกกำลังกายยามเช้า

• รู้หรือไม่ กล้ามเนื้อเราเสื่อมสลายทุกวัน

โดยเฉลี่ยคนเราจะเริ่มรู้สึกหรือมีอาการร่างกายเสื่อม เมื่ออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป กล้ามเนื้อจะเริ่มสลาย โดยมวล
กล้ามเนื้อจะหายไปมากถึง 8% [2,3,4] ในทุกๆ 10 ปี ยิ่งถ้าเจ็บป่วย หรือต้องนอนพักในโรงพยาบาลกล้ามเนื้อจะ
สลายในอัตราสูงขึ้นแต่ในปัจจุบันการเกิดความเสื่อมในร่างกายมีแนวโ น้มจะเกิดกับคนที่มีอายุน้อยลง ด้วยสิ่ง
แวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป มีผลทำให้ร่างกายต้องเผชิญกับตัวเร่งความเสื่อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในแต่ละช่วง
อายุจึงมีโอกาสเกิดความเสื่อมของอวัยวะในร่างกายได้ตามวัย เราจึงมีวิธีดูแลสุขภาพตามช่วงวัยมาฝากกัน

วิธีดูแลสุขภาพตามช่วงวัย

วัยทำงาน อายุ 30-40 ปีขึ้นไป เริ่มสร้างครอบครัว มีภาระความรับผิดชอบสูง ความเครียดรุมเร้า ระดับฮอร์โมน
หลายชนิดเริ่มลดลงต่ำ มีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง รวมถึงอาการออฟฟิศซินโดรม เมื่อเกิด
อาการเจ็บป่วยเริ่มใช้เวลาในการฟื้นฟูนานขึ้น เริ่มมองเห็นความเสื่อมโทรมของร่างกาย อาทิ ริ้วรอยบนใบหน้า
หรืออาการปวดเมื่อยตามร่างกาย [1]

พลังแห่งโปรตีน : โปรตีน สารอาหารสำคัญ
  • วิตามิน วัยนี้มักเริ่มมีอาการเสื่อม เช่น อ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท ผิวหนังเริ่มมีริ้วรอย ควรเสริมวิตามินบี
    วิตามินซี วิตามินอี และโคเอนไซม์คิวเทน [1]
  • อาหาร การเผาผลาญเริ่มไม่ดี อ้วนง่าย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแคลอรีสูง คาร์โบไฮเดรตสูง ไขมันสูง และ
    อาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกาย ควรเลือกออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มมวลกระดูก และกล้ามเนื้อ เช่น แอโรบิค วิ่ง ว่ายน้ำ ยก
    น้ำหนัก ปัญหาการออกกำลังกายของคนในวัยนี้คือ “ไม่มีเวลา” ควรหยุดสร้างเงื่อนไขหรือข้ออ้างเพื่อ
    หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย

ภาวะเนือยนิ่ง เริ่มมีมากขึ้นจากช่วงวัยรุ่น เช่น การนั่งประชุมนาน ๆ การนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมวันละ 8 ชั่วโมง
รถติดอยู่บนท้องถนนวันละหลายชั่วโมงทั้งเช้าและเย็น วันหยุดก็อยากนอนไม่อยากออกไปข้างนอก ไม่อยากมี
กิจกรรม ปัจจัยทั้งหมดทำให้เซลล์กล้ามเนื้อเสื่อม เป็นสาเหตุให้ขาดความกระฉับกระเฉง และไม่สดชื่น

พลังแห่งโปรตีน : โปรตีน สารอาหารสำคัญ

เมื่อสูงวัยในอายุ 50 ปีขึ้นไป อาการต่างๆ จะชัดเจนมากขึ้น เริ่มนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท สมรรถภาพทางเพศลดลง
ริ้วรอยเหี่ยวย่นชัดเจน ตรวจสุขภาพเริ่มพบปัญหาไขมันหรือน้ำตาลในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน
ความจำเสื่อม ซึ่งภาวะเหล่านี้ป้องกันได้โดยเริ่มต้นตั้งแต่ลดสารอนุมูลอิสระ รับประทานอาหารไม่หวานจัดมันจัด มันจัด
หรือเค็มจัด รับประทานวิตามิน และแร่ธาตุเสริมที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงมลภาวะ และควรได้รับอาหารเสริมทดแทนตาม
ที่ร่างกายต้องการ

  • อาหารสูตรครบถ้วน การรับประทานอาหารที่มีโปรตีน กรดอะมิโนและการได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่ดีเพียงพอ จะ
    ช่วยให้มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง อาหารสูตรครบถ้วนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆ
    ครบถ้วนและเพียงพอในแต่ละวัน
  • วิตามิน ควรเสริมวิตามินบี วิตามินซี เพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย วิตามินอี โคเอนไซม์คิวเทน น้ำมันปลา
    วิตามินดี แคลเซียม แมกนีเซียม Alphalipoic Acid เป็นต้น ถ้ามีปัญหาเฉพาะ เช่น นอนไม่หลับ ความจำลดลง ก็
    ต้องได้รับวิตามินเสริม ซึ่งควรปรึกษาเภสัชกร
  • อาหาร ประสิทธิภาพการเผาผลาญอาหารของร่างกายลดลง จึงควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย แคลอรีต่ำ
    หลีกเลี่ยงอาหารหวาน อาหารไขมันสูง และการดื่มแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในแบบที่ไม่หักโหม เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำระยะทางใกล้ๆ หรือ
    ออกกำลังกายในน้ำเพื่อช่วยรักษาไขข้อ มวลกระดูก และมวลกล้ามเนื้อ

ภาวะเนือยนิ่ง พบมากขึ้น เนื่องจากร่างกายเริ่มเสื่อมมากขึ้น ทำให้เรี่ยวแรงถดถอย เหนื่อยง่าย เกิดอุบัติเหตุบ่อย
บั่นทอนกำลังใจ บางรายมีอาการถอดใจ ชีวิตไร้เป้าหมาย ไม่อยากทำอะไร ไม่สู้กับสภาพร่างกายที่ถดถอยอาจนำไป
สู่ภาวะติดบ้าน ติดเตียง

ออกกำลังกายยามเช้า

• เช็กสัญญาณอาการมวลกล้ามเนื้อสลาย

มาเช็กมวลกล้ามเนื้อของร่างกาย สัญญาณอะไรบ้าง ที่ร่างกายกำลังบอกเราอยู่ ระบบกล้ามเนื้อมีความสำคัญ
ต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ทำหน้าที่ช่วยพยุงโครงสร้างทั้งหมดของร่างกาย กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะ
ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ และทำให้กระดูกแข็งแรงเพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกเกิดการพรุน
ได้ ช่วยลดอาการปวดข้อ และลดความเสี่ยงในการหักของกระดูก ซึ่งหากเกิดกล้ามเนื้อสลาย จากปัจจัยหลักที่มา
จากโภชนาการที่ไม่ดี และไม่เพียงพอจะส่งผลเสียโดยตรงต่อร่างกาย

เช็กสัญญาณอาการมวลกล้ามเนื้อสลาย

●  ภาวะโภชนาการไม่ดี

โดยทั่วไปเราควรรับประทานอาหารให้ได้อย่างน้อย 1,800-2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งในชีวิตประจำวันในการ
รับประทานอาหารแต่ละมื้อ เราไม่สามารถทราบได้เลยว่า เราได้รับโภชนาการที่เหมาะสมและครบ 5 หมู่หรือไม่ หากมี
ตัวช่วยอย่าง อาหารสูตรครบถ้วน ที่จะการันตีโภชนาการในทุกมื้ออาหาร ว่าคุณจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและ
เพียงพอแน่นอน

พลังแห่งโปรตีน : โปรตีน สารอาหารสำคัญ[1]

สัดส่วนอาหารที่เหมาะสมต่อมื้อ ได้แก่

  1. คาร์โบไฮเดรต 25 %
  2. โปรตีน 25%
  3. ผัก-ผลไม้ 50%

บางครั้งการรับประทานอาหารในสัดส่วนปริมาณที่พอดีทุกมื้อ คงเป็นเรื่องยาก จะดีกว่าไหมถ้ามีตัวช่วย อย่าง
อาหารสูตรครบถ้วน แก้วเดียว ที่มีทั้งสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุ ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับ
สารอาหารที่เพียงพอในทุกมื้อ

●   2 อ ไม่สมดุล

ในที่นี้หมายถึง อาหาร และ การออกกำลังกาย บางคนโหมออกกำลังกายหนัก การออกกำลังกายตอนเช้า ในขณะ
ที่ท้องว่าง หลังจากนอนหลับมา 8 ชั่วโมง ถือว่าเป็นการออกกำลังที่ทารุณร่างกายและอาจทำให้มวลกล้ามเนื้อ
หายไป ทางที่ดีควรออกกำลังกายหลังจากได้รับพลังงานจากอาหารในแต่ละมื้อแล้ว

●   ออกกำลังกายไม่ครบทุกส่วน

เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อหมายถึง กล้ามเนื้อทั้งหมดที่อยู่ในร่างกาย การออกกำลังกายส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อให้
ร่างกายส่วนนั้นมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ออกแต่ท่าเดิม หรือ ออกเฉพาะส่วนที่ต้องการ ล้วนแต่ไม่เป็นผลดีต่อมวล
กล้ามเนื้อโดยรวม

●   ไม่ warm up ไม่ cool down

ก่อนและหลังการออกกำลังกายควร warm up และ cool down จนเป็นนิสัย แม้การยืดเส้นสายต่าง ๆ จะเป็นเรื่อง
น่าเบื่อที่ใครหลายคนมองข้ามไป แต่กลับส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อมวลกล้ามเนื้อ และลดอาการบาดเจ็บจากการ
ออกกำลังกายได้อีกด้วย

●   พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับคือช่วงเวลาที่ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อก็จะเกิดขึ้นในช่วงที่
ร่างกายได้นอนหลับพักผ่อนเช่นกัน เพราะฉะนั้นการอดนอน จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง

ทั้งหมดนี้เป็นพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวันที่อาจทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลง เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลง
ร่างกายจะได้รับผลกระทบ และมีอาการบ่งชี้ ดังนี้

พลังแห่งโปรตีน : โปรตีน สารอาหารสำคัญ
  • 1.  มวลกล้ามเนื้อลดลง 10 % ของมวลกาย ในบางรายอาจจะเริ่มเป็นหวัด อาการภูมิแพ้กำเริบ ภูมิคุ้มกันต่ำและมี
    อาการติดเชื้อได้ง่าย
  • 2.  มวลกล้ามเนื้อลดลง 20 % ของมวลกาย เหนื่อยง่าย มีอาการอ่อนแรง ไม่กระฉับกระเฉง ติดเชื้อง่าย และแผล
    หายช้า คล้ายคนเป็นโรคเบาหวาน
  • 3.  มวลกล้ามเนื้อลดลง 30 % ของมวลกาย ระบบกล้ามเนื้อล้มเหลว ไม่สามารถทรงตัวได้ เป็นแผลกดทับเนื่องจาก
    ผิวหนังบางแห่งเกิดบาดแผลง่าย ติดเชื้อในระบบต่าง ๆ อาทิ ทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะ ทางเดินอาหาร
  • 4.  มวลกล้ามเนื้อลดลง 40 % ของมวลกาย เป็นภาวะอันตราย ระบบในร่างกายไม่ทำงาน ถึงขั้นเสียชีวิต

ทั้งนี้คนปกติจะมีมวลกล้ามเนื้ออยู่ที่ประมาณ 30 % ของมวลกาย เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญกับ
การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเสริม
สร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงไม่เครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้มวลกล้ามเนื้อ
ลดลง เพียงเท่านี้ก็จะมีสุขภาพดีได้ด้วยการมีมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรง

ออกกำลังกายยามเช้า

• ออกกำลังกายยามเช้า

ขยับร่างกายด้วยการออกกำลังกายยามเช้า

อากาศที่อบอุ่น ดอกไม้บานสะพรั่ง อากาศยามเช้าเป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบเพื่อจะมาขยับร่างกายกัน
เราได้ยินกันว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มระดับพลังงาน ช่วยผ่อนคลายความเครียด
ช่วยควบคุมน้ำหนัก และช่วยป้องกันโรคได้ แต่ก็มีคนมากมายไม่มีเวลาออกกำลังกาย
แม้ว่าการออกกำลังกายทุกช่วงเวลาจะมีประโยชน์ แต่ผู้เชี่ยวชาญพบว่า คนที่ออกกำลังกายในตอนเช้าจะ
เสริมสร้างนิสัยออกกำลังกายสม่ำเสมอสำเร็จมากกว่า เนื่องจากการออกกำลังกายในยามเช้าจะถูกรบกวน
โดยกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างวันนั้นมีน้อย กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จได้แก่ การวางแผนล่วงหน้า
และการรักษาระดับแรงจูงใจไว้ เคล็ดลับช่วยให้คุณดำเนินแผนการออกกำลังกายในตอนเช้าได้ต่อเนื่อง

วางแผนล่วงหน้า

  • ทำให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และจดบันทึกลงไว้บนปฏิทิน
  • ตัดสินใจว่าคุณจะออกกำลังกายที่ไหนและเมื่อไหร่ คุณอาจใช้อุปกรณ์ในบ้าน หรือเดินรอบๆ
    บริเวณบ้าน สวนสาธารณะส่วนใหญ่จะเปิดตอนเช้าและฟิตเนสหลายแห่งก็เปิดในช่วงเช้า
  • เตรียมเสื้อผ้าออกกำลังกายในตอนกลางคืนให้พร้อม เพื่อหลังตื่นแล้วจะได้ไปออกกำลังได้เลย

รักษาระดับแรงจูงใจไว้

  • หาเพื่อนร่วมออกกำลังกาย เช่น เพื่อน สมาชิกครอบครัว หรือเทรนเนอร์ส่วนตัว ร่วมกลุ่ม
    ออกกำลังกาย หรือเข้าคลาสออกกำลัง คุณมีแนวโน้มที่จะตื่นเช้าขึ้น หากคุณนัดใครสักคนมาร่วม
    ออกกำลังกายด้วย
  • ฟังเพลง หรือดูโทรทัศน์ขณะออกกำลังกาย หากคุณมี iPod ให้ดาวน์โหลดเนื้อหากิจกรรมที่
    สร้างแรงจูงใจ หรือเนื้อหาการฝึกสอนไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกายของคุณ

คุณควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์กับมืออาชีพด้านสุขภาพ ก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกาย
ด้วยการเตรียมเพียงเล็กน้อย คุณก็จะเริ่มต้นวันที่ดีเยี่ยม ด้วยสุขภาพที่ดีขึ้น

ข้อต่อที่ดี

• ข้อต่อที่ดี

การดูแลรักษาร่างกายด้วย Shock Absorber

ก็เหมือนกับที่เครื่องยนต์ต้องการน้ำมันเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น มีของเหลวสำคัญทำหน้าที่
หล่อลื่นที่จะช่วยบำรุงรักษาข้อต่อของคุณ เรียกว่า Synovial และข้อต่อที่มีสารนี้อยู่ เช่น ข้อหัวไหล่และข้อสะโพก
เรียกว่า ข้อต่อ Synovial ขณะที่คุณขยับ ถุงของของเหลวนี้ก็จะช่วยปกป้องหัวเข่าและข้อศอกต้านแรงเสียดทาน
และเรียกถุงนี้ว่า Bursae เมื่อคุณได้ยินว่าคนพูดคุยกันเกี่ยวกับข้อศอกเทนนิส อาการเจ็บข้อศอกภายนอกมัก
จะเกิดจากการเคลื่อนที่ซ้ำๆ จริงๆ แล้วมันก็คือการอักเสบของ Bursae ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า Bursitis
ความปวดที่ข้อต่ออาจรบกวนการออกกำลังกายและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับ
ความแข็งแรงของคุณเพิ่มขึ้น ความเจ็บปวดจะลดลง ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อช่วยให้ร่างกาย
ของคุณแข็งแรงขึ้นและลดความเจ็บปวดน้อยลง

  • อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย ลองทำท่านี้สำหรับหัวเข่า นั่งที่เก้าอี้ และค่อยๆ ยกเท้าซ้ายขึ้น
    จนขาจะเหยียดตรง ค้างไว้สัก 1 วินาที และค่อยๆ ลดระดับเท้าลง ทำซ้ำข้างละ 10-15 ครั้ง
  • อบอุ่นสะโพก และยังช่วยนวดหลังได้อย่างดีด้วย โดยนอนหงายและให้งอหัวเข่าเข้ามาใกล้ที่อก ค่อยๆ ขยับ
    หัวเข่าเป็นวงกลมช้าๆ ให้หลังแนบพื้นไว้ ทำซ้ำ 10 ครั้ง และจากนั้นก็เปลี่ยนทิศทาง ทำซ้ำอีก 10 ครั้ง
  • หากคุณใช้เครื่องถ่วงน้ำหนัก ให้เลือกน้ำหนักที่เบาและบริหารร่างกายจำนวนครั้งเพิ่มมากขึ้น
    และค่อยๆใช้เครื่องถ่วงน้ำหนักที่มีน้ำหนักมากขึ้นในช่วงท้าย
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทำถูกต้องถูกท่าขณะที่ออกกำลังกาย เช่น ไม่ทำท่าบริหารใดที่ทำให้คุณงอขาจน
    หัวเข่ายื่นออกมาเกินนิ้วเท้า ท่านี้น้ำหนักจะกดไปที่หัวเข่ามากเกินไป

(ข้อควรระวัง ควรปรึกษากับแพทย์ของคุณทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มการออกกำลังกายแบบใหม่ๆ)

รู้สึกสดชื่นในเวลา 30 นาที

• รู้สึกสดชื่นในเวลา 30 นาที

การมีร่างกายที่แข็งแรงใช้เวลาน้อยกว่าที่คุณคิด

เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ คุณก็จะสามารถออกกำลังกายทุกวันได้ตามที่คุณต้องการ เพียง 30 นาที
ของการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายคุณควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ช่วยสุขภาพหัวใจให้ดีขึ้น และช่วย
ควบคุมน้ำหนัก ความแข็งแรงยังช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และมีรูปร่างดีขึ้น
แต่คุณจะสามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอได้อย่างไรท่ามกลางงานที่ยุ่ง เรามีเคล็ดลับการจัดสรรเวลา
เพื่อช่วยให้คุณคงความแข็งแรงและการมีสุขภาพดีมาฝากคุณๆกัน

ทำให้ทุกนาทีให้มีประโยชน์

กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่เทียบเท่ากับการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปที่รถ การเดินไป
ทานอาหารกลางวัน งานง่ายๆ ก็สามารถทำให้ร่างกายเคลื่อนที่ และช่วยสูบฉีดเลือดได้ ดังนั้น แทนที่จะหาเวลา
ไปออกกำลังกาย 30 นาที ให้หางานที่ช่วยให้คุณได้เคลื่อนที่ 10 นาที สักสามงาน ระหว่างวัน ออกไปข้างนอก
หากเป็นไปได้ เพื่อสูดอาการบริสุทธิ์ และคุณก็จะพบว่าคุณได้ออกกำลังกายมากกว่าที่คุณเคยคิดว่าจะทำได้

เพิ่มระยะทางของกิจกรรมประจำวัน

เพื่อให้คุณรู้สึกแข็งแรงมากขึ้น ให้เพิ่มระยะเคลื่อนที่ในกิจกรรมประจำวัน เช่น จอดรถให้ไกลกว่าเดิม และเดิน
ขึ้นบันไดแทน เก็บรีโมทออกไป และลุกขึ้นเพื่อเปลี่ยนช่อง หรือทำกิจกรรมการเคลื่อนที่ไปด้วยขณะที่ดูรายการทีวี
เริ่มทำได้เลย ไม่มีใครเห็น และหากคุณต้องติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ลองเดินไปรอบๆ สำนักงาน หรือรอบๆ อาคาร
เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ อย่ากังวลในการหาเวลาไปฟิตเนส คุณจะเห็นความแตกต่างเพียงเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ นี้
เมื่อคุณพบว่ากิจกรรมสั้นๆ บางอย่างได้ผลสำหรับคุณ ลองหาวิธีการอื่นๆ ที่จะเพิ่มโอกาสให้คุณออกกำลังกาย
ได้อีก อาจใช้เครื่องนับก้าว (Pedometer) ที่หาซื้อได้จากร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา เพื่อวัดและตั้งเป้าหมายส่วนตัว
และหาเส้นทางใหม่ๆ ใกล้คุณ มองหาสถานที่หรือสวนสาธารณะ และออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์กัน

Privacy Policy
Terms of Use